บทสรุป Final Fantasy VI

ff6-cover

**  บทสรุปนี้ ผมได้คัดลอกมาจากหนังสือฉบับหนึ่ง ซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเป็นของเล่มไหน จึงต้องแจ้งไว้ ณ ที่นี้ก่อนครับ ไว้ผมมีโอกาสแล้วจะมาทำในแบบของตัวเองอีกที จึงขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ไว้ครับ แม้จะไม่ทราบที่มาก็เถอะ **  …Zande

STORY

ในอดีต 1000 ปีที่ผ่านมาได้เกิดมหาสงครามล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น มันเป็นสงครามแห่งเหล่าอสูร ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกรวมทั้งมนุษย์ต้องพินาศไปเกือบหมดสิ้นกับมหาสงครามในครั้งนี้ เวทย์มนต์ทั้งหลายก็หายสาปสูญไปด้วย

….แล้วเวลาก็ผ่านมา 1000 ปี เหล่าอสูรทั้งหลายก็มากลายเป็นผลึกไปหมด มนุษย์จึงเริ่มเข้ามาแทนที่ การพัฒนาอารยธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว “อาณาจักรกัสโทร่า” เป็นอาณาจักรที่มีอารยธรรมสูงมีผู้นำคือจักรพรรดิกัสโทร่า เขาเป็นคนบ้าอำนาจอย่างมาก และมีความต้องการที่จะครองโลก จึงสั่งให้เหล่าทหารสืบหาเหล่าอสูรหรือเวทย์มนต์ทั้งหลายมาครอบครอง หนึ่งในเหล่าทหารนั้นคือ ทีน่า ตัวเอกของเรื่องนี้

ณ.หุบเขานันเจ ทีน่าและทหารของจักรพรรดิกัสโทร่า 2 คน บิ๊กและเวจขี่มาโดอาเมอร์ ได้มุ่งหน้ามาสำรวจที่หมู่บ้านนันเจ ให้เราเข้าไปในถ้ำ ภายในหุบเขา ลุยเข้าไปเรื่อยๆ จะพบจุดเซฟ และไปต่อข้างในจะมีทากยักษ์ ยูมิล อยู่ให้กำจัดมันซะ การปราบทากยักษ์ยูมิล ให้ฟันมันในขณะที่มันโผล่หัวออกมาเท่านั้น อย่าไปฟันมันตอนที่มันหดหัวอยู่ในกระดอง เพราะไม่มีประโยชน์ ถ้ามันหดหัวอยู่ให้เติมพลังพวกเราแทน

เมื่อกำจัดได้แล้ว เดินต่อไปจะพบอสูรที่ถูกผนึกในคริสตัล แล้วทีน่าจะทำการสื่อสารกับอสูรเป็นผลให้เกิดพลังทำลาย ทหารทั้งคู่ รวมทั้งทีน่าที่โดนพลังไปด้วย

เมื่อทีน่ารู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ที่บ้านของคุณลุงคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่เข้าไปช่วยทีน่าไว้ และทีน่าจะเสียความทรงจำไป ในขณะนั้นมีทหารของหมู่บ้านนันเจเข้ามา ตามหาตัวทีน่า ชายคนนั้นบอกให้เราหนีไปทางด้านหลังของบ้านหลังนี้ ให้เราเดินออกไป จะเป็นทางเดินเข้าถ้ำ ข้างในจะมีทหารของหมู่บ้านนันเจอยู่ ทหารจะเข้ามาล้อมตัวทีน่าไว้ในขณะนั้น พื้นถ้ำเกิดทรุดตัวลงไปชั้นใต้ดิน แล้วทีน่าก็สลบไป

ตัดฉากมาที่บ้านคุณลุง ร็อกได้ปรากฏตัวขึ้น คุณลุงบอกให้ร็อกเข้าไปช่วยทีน่าในถ้ำ ร็อกจึงตามเข้าไปช่วยทีน่า ในขณะที่ร็อกกำลังจะพาทีน่าออกไปนั้นทหารของหมู่บ้านนันเจก็เข้ามาเป็นกลุ่ม ในตอนนี้เกมจะกลายเป็นแนววางแผนซึ่งเราจะได้ม็อคมาช่วยด้วย การเปลี่ยนกลุ่มนั้นให้กดปุ่ม Y โดยให้เราจัดการทหารให้หมด อย่าให้มาถึงตัวทีน่าได้ แล้วไปจัดการกับเจ้าตัวหัวหน้าด้านล่างซะ

เมื่อชนะแล้วร็อกก็พาทีน่าออกมานอกถ้ำนอกหมู่บ้าน ในขณะนี้จะไม่สามารถกลับเข้าไปในหมู่บ้านได้ แต่เราจะสามารถ เข้าบ้านที่อยู่ข้างหน้าหมู่บ้านได้ ข้างในจะเป็นการสอนพื้นฐานการเล่นเกมส์และมีหีบสมบัติเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เดินออกมานอกหมู่บ้านแล้วเดินลงมา จะเห็นทะเลทราย ตรงกลางทะเลทรายจะมีปราสาทฟิกาโร่ตั้งอยู่

เมื่อเข้าไปในปราสาท ให้เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ จะเป็นห้องของพระราชา ซึ่งราชาเมืองนี้ก็คือเพื่อนของร็อกที่ชื่อ เอ็ดการ์ นั่นเอง ร็อกและเอ็ดการ์จะพากันเดินออกจากห้องนี้ ให้เราเดินไปทางฝั่งขวาของปราสาท หาแม่นมของเอ็ดการ์ให้พบ เขาจะเล่าเรื่อง เกี่ยวกับน้องชายฝาแฝดของเอ็ดการ์ให้ฟัง “น้องชายฝาแฝดของเอ็ดการ์น่ะ ชื่อแมช หลังจากที่พ่อแม่เขาตายไปตั้งแต่เล็ก ๆ เอ็ดการ์ได้ขึ้นครองราชย์ แมชก็เดินทางไปยังหุบเขากอลท์เพื่อฝึกวิชา ตอนนี้ก็ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว”

ในขณะนั้นเอง เคฟก้า ลูกน้องของจักรพรรดิกัสโทร่าก็เข้ามาเจรจาให้เอ็ดการ์ยกเมืองฟิกาโร่ให้อยู่ในการปกครองของจักรวรรดิกัสโทร่า แต่เอ็ดการ์ไม่ยอม พวกเคฟก้าจึงได้กลับไป และร็อกก็เดินออกไปให้ทีน่าเดินตามร็อกไปยังห้องทางด้านขวาของปราสาท ร็อกกำลังวิตกกังวลเรื่องที่จักรวรรดิกัสทาโร่กำลังขยายอำนาจออกไป จะทำให้เมืองฟิกาโร่ลำบากในภายหลัง
เมื่อเอ็ดการ์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง พบว่าปราสาทถูกวางเพลิงในขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่นั้น เคฟก้าก็เข้ามา เอ็ดการ์เห็นท่าไม่ดีก็เลยสั่งให้ทหารทำให้ปราสาทลงไปใต้ดิน แล้วตนเองก็พาร็อกกับทีน่าหนีออกมาโดยการขี่โจโกโปะ จอมมารเคฟก้า ก็ส่งหุ่นมาโดอาเมอร์ 2 ตัวมาสู้กับเราให้เราทำลายมันทิ้งซะ

( ถ้าในการต่อสู้ ทีน่าใช้เวทย์มนต์ทำลายศัตรูละก้อเอ็ดการ์กับร็อก จะตกใจเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นใครที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้มาก่อน )

ตอนนี้เรากำลังขี่โจโกโปะอยู่ ให้ขี่มาทางตะออกเฉียงใต้ จะพบถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่งชื่อว่า “ถ้ำทางใต้” หน้าถ้ำจะมีทหารของเมืองฟิกาโร่เฝ้าอยู่ เมื่อเอ็ดการ์ไปถึง ทหารคนนั้นจะขี่โจโกโปะกลับไปที่ปราสาท ให้เราเดินเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ จนทะลุออกมาอีกด้านหนึ่งของถ้ำ เดินลงมาจะเห็นหมู่บ้านเซาท์ฟิกาโร่เข้าไปในผับจะได้พบกับชาโดว์นินจาพเนจรอยู่ แต่ยังไม่ได้เป็นพวก

ออกมานอกหมู่บ้านเดินไปทางขวาบน จะเป็นบ้านของแมชที่แมชเอาไว้ใช้นอนแล้วออกไปฝึกวิชา ให้เราเข้าไปนอนที่เตียงแล้วออกมา จะพบคนแก่คนหนึ่ง เขาจะบอกเราว่า ตอนนี้แมชไม่อยู่ออกไปฝึกวิชาอยู่ที่หุบเขากอลท์ เมื่อเราเข้าไปแล้วข้างในสุดจะเป็นที่อยู่ของนักกังฟูบัลกัส เข้าไปสู้ ให้ฆ่าหมี 2 ตัวก่อน แล้วแมชจะเข้ามาช่วย บัลกัสจะพัดพวกเราปลิวหายไปเหลือแต่แมช ซึ่งเราต้องใช้ท่าไม้ตายโดยการ กดเลือกคำสั่งที่สอง เมื่อเคอร์เซอร์ชี้ไปที่ตัวบัลกัสแล้ว ให้กด ซ้าย ขวา ซ้าย แล้วกด A อีกที เมื่อติดแมชจะใช้ท่าหมัดชุดอัดบัลกัสได้

ให้เข้าถ้ำที่บัลกัสเคยยืนขวางทางอยู่ เข้าไปทางออก เมื่อออกมาจากถ้ำแล้วให้เดินไปทางทิศเหนือ จะพบถ้ำของพวกต่อต้านจักรวรรดิกัสโทร่า (พวก รีทาน่า) ผู้นำแห่งรีทาน่าคือ ผู้เฒ่าบานัน เขาจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับตัวทีน่าให้ฟัง เมื่อทีน่ารู้ว่าตัวเองเคยเป็นคนของจักรวรรดิกัสโทร่ามาก่อนก็เสียใจ ให้เราเข้าไปคุยกับเพื่อนในห้องต่าง ๆ (บางทีอาจต้องคุยถึง 2 รอบ) แล้วออกไปคุยกับผู้เฒ่าบานัน เขาจะถามเราบางอย่าง ถ้าเราตอบว่าใช่ เราจะได้ถุงมือกันเลต ซึ่งเป็นเครื่องประดับเอาไว้สวมใส่ ถ้าเราตอบว่าไม่ใช่ เราจะได้ถุงมือนักดาบแทน แล้วผู้เฒ่าบานันจะเรียก รีทาน่าทุกคนมาเข้าประชุม ในขณะที่กำลังประชุมอยู่นั้น มีทหารเมืองเซาท์ฟิกาโร่เข้ามาบอกว่าเมืองเซาท์ฟิกาโร่เกิดเรื่องขึ้น ผู้เฒ่าบานันจึงให้ร็อกไปสอดแนมดู ส่วนพวกเราที่เหลือทั้ง 3 คนจะเดินออกทางไปยังเมืองนันเจ โดยการล่องแพไปตามลำธารซึ่งมีทางแยกมากมาย ๆ ระหว่างการเดินทางจะพบกับ ปลาหมึกยักษ์ออลโตรอส ให้สู้กับมันให้ชนะ ทีน่าจะทำของหล่นไปยังใต้น้ำ แมชจะช่วยลงไปงมหามาให้แต่แมชสู้แรงกระแสน้ำไม่ไหว ถูกพัดไป

ตอนนี้ พวกเราจะแยกกันเป็น 3 กลุ่ม คือ ร็อก, ทีน่า, แมช, ให้เราเลือกว่าเราจะเล่นของใครก่อน

ร็อก
ร็อกได้รับมอบหมายจากผู้เฒ่าบานัน ให้มาสำรวจที่หมู่บ้านเซาท์ฟิกาโร่ ปรากฎว่ามีทหารของจักรวรรดิอยู่เต็มหมู่บ้าน ตอนนี้เราจะไปสู้กับพวกมันไม่ได้ ให้เข้าไปในร้านขายของชำ (ร้านที่ติดป้ายรูปตะเกียง) คุยให้หมดทุกคนแล้วจะเจอคนหนึ่งที่จะสู้กับเรา อย่าไปฆ่าเขา ให้ใช้คำสั่งขโมยของร็อก จะเป็นการขโมยเสื้อผ้าของเขามาอีก และจะได้เหล้าสาเกมาด้วย ให้เอาไปให้คุณปู่ที่อยู่บ้านหลังทางขวาถัดไป แล้วลงมาชั้นล่างอีกชั้นหนึ่ง จะเห็นเด็กยืนขวางทางอยู่ เด็กคนนี้เป็นคนที่เฝ้าประตู ต้องตอบรหัสให้ถูกต้อง (ข้อ 2) ถึงจะเข้าไปในทางลับได้

ให้เราเข้าไปในทางลับ ทะลุไปยังบ้านที่อยู่ทางด้านบน ให้เราขึ้นไปที่ชั้น 2 หาทางลับซึ่งจะอยู่ที่หลังตู้ เมื่อเจอแล้วลงไปจะเป็นทางใต้ดิน ในนี้จะพบ เซรีสถูกขังอยู่ในห้องนักโทษ และมีผู้คุมเฝ้าอยู่ ให้เราเข้าไปช่วยตอนที่ผู้คุมหลับ พอช่วยได้แล้วให้ไปขโมยกุญแจที่ผู้คุมด้วย

เมื่อได้กุญแจแล้ว ให้มาที่ห้องทางขวาสุด เข้าไปข้างในจะเป็นห้องที่มีของวางระเกะระกะ เดินไปที่นาฬิกาเรื่อนขวาสุด กดสำรวจจะมีทางลับลงทางใต้ดินอีกชั้นหนึ่ง เดินหาทางออกให้เจอ แล้วออกมาจากเมือง เดินไปถ้ำทางซ้ายบน เดินเข้าไปเรื่อยๆ จนพบทางออกอีกด้านหนึ่ง ตรงปากถ้ำทางออก จะมีมาโดอาเมอร์ตัวหนึ่งมาขวางทางไว้ ชื่อว่า ดิกส์อเมอร์ กำจัดซะ เมื่อกำจัดดิกส์อาเมอร์ได้แล้ว ร็อกกับเซริส จะเดินทางต่อไปยังหุบเขานันเจเป็นอันเสร็จ

ทีน่า
ล่องแพมาเรื่อยๆ เมื่อถึงฝั่งจะเป็นหมู่บ้านนันเจ แต่เราจะไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ เพราะมีทหารของหมู่บ้านนี้ขวางทางอยู่ ให้เดินไปทางซ้ายของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ๆ ร็อกเคยพาทีน่าที่บาดเจ็บออกมาจากในถ้ำ เอ็ดการ์จะเป็นที่รู้รหัสเปิดถ้ำ เมื่อเข้าไปข้างในถ้ำ เดินไปเรื่อยๆ จะพบทางที่ต้องเดินตามแสงนำทางจึงจะผ่านไปได้ เมื่อไปต่อจะพบกับถ้ำของชาวม็อก เดินไปต่อจนออกมาจากถ้ำโผล่ในหมู่บ้าน แล้วเดินไปเข้าไปในบ้านของคุณลุงที่เคยช่วยทีน่าเอาไว้เป็นอันเสร็จ

แมช
หลังจากที่แมชถูกกระแสน้ำพัดมา แยกจากกลุ่มของทีน่า ลอยมาขึ้นฝั่งจะเห็นบ้านหลังหนึ่ง ข้างในจะเห็นชาโดว์นินจาพเนจรยืนอยู่กับสุนัขอินเตอร์เซพเตอร์ เขาจะมาเป็นเพื่อนร่วมในการเดินทางไปกับเรา้
ออกมานอกหมู่บ้านเดินทางไปยังตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านป่าไปจะพบสะพานซึ่งจะมีค่ายทหารตั้งขวางสะพานอยู่ ให้เราเดินเข้าไปจะพบว่าเป็นค่ายทหารของจักรวรรดิกัสโทร่า โดยมีเคฟก้าและแม่ทัพเลโอ เป็นผู้นำของค่ายนี้อยู่ เคฟก้า ได้สั่งให้นำทหารไปโจมตีเมืองโดม่า ไคเอ็น ซึ่งเป็นราชาเมืองโดม่าก็ออกมาสู้กับหัวหน้าของฝ่ายทหารของจักรวรรดิ์ เมื่อหัวหน้าของพวกมันตายพวกลูกน้องก็พากันหนีกลับไปยังที่ค่ายทันที

กลับมาที่ค่ายทหาร เดินสำรวจไปจะเจอแม่ทัพเลโอ และเคฟก้าเราจะกระโดดเข้ามาขวางเคฟก้าไว้ แล้วเข้าไปสู้กัน มันจะหนีไปเรียกทหารมาสู้กับเรา จากนั้นเคฟก้าจะวางแผนใส่ยาพิษลงในแม่น้ำ ทำให้ทหารในเมืองโดม่าตายกันหมด รวมทั้งลูกเมียของไคเอ็นด้วย ไคเอ็นจึงเกิดอาการโมโหอย่างบ้าคลั่ง ถึงกับบุกเข้าไปในค่ายทหารเพื่อที่จะเข้าไปฆ่าเคฟก้า ในขณะที่ไคเอ็นกำลังคลั่งสู้กับทหารนั้น แมชและชาโดว์ก็เข้ามาเห็นพอดีจึงเข้าไปช่วยสู้ ก็เลยได้ไคเอ็นมาเป็นพวกอีกคนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นให้เราไปขโมยเอาหุ่นมาโดอาเมอร์มาขี่ ออกไปจากค่ายนี้

ออกมาจากค่ายทหารแล้ว เดินไปทางใต้จะพบกับป่าแห่งหนึ่ง ในนี้จะเป็นทางวนนิดหน่อย ข้างในนี้จะมีรถไฟปีศาจอยู่ด้วยหาสถานีรถไฟแห่งนี้ให้เจอแล้วเข้าไป รถไฟปีศาจจะเคลื่อนขบวนออกไปเอง ให้เราเดินไปตามทางเดิน จะเห็นผีอยู่เต็มไปหมด จะมีบางตัวที่ถ้าคุยแล้วจะเข้ามาเป็นพวกเรา บางตัวจะขายของให้เรา ส่วนบางตัวจะเข้ามาสู้กับเรา

เมื่อถึงโบกี้ที่เป็นทางตัน ให้ออกมาจากโบกี้ทันที พวกผีจะเข้ามาล้อมเราเอาไว้ ให้เราเดินขึ้นบันไดขึ้นไปบนหลังคา แล้วก็กระโดข้ามโบกี้ไปเรื่อย ๆ จนมาถึงที่สุดทางกระโดด ให้เข้าไปในโบกี้แล้วสับสวิทซ์ จะเป็นการตัดโบกี้ด้านหลังออกไป ให้เดินต่อไปจนถึงหัวรถจักร เข้าไปข้างในสับสวิทซ์ที่มีอยู่ 3 อัน ให้สับอันที่อยู่ตรงกลางขึ้น อันทางซ้ายขวาสับลง แล้วเอามันออกมาข้างนอก ขึ้นไปสำรวจตรงที่ปล่องรถไฟ จะทำให้เราตกจากรถไฟ มันจะวิ่งไล่เราเข้ามาให้เราสู้กับมันกว่าจะชนะ เมื่อชนะแล้วเราจะนั่งรถไฟขบวนนั้นกลับมาที่สถานี เมื่อออกมาแล้วไคเอ็นจะเห็นลูกและเมีย ที่ตายไปแล้วนั้นกำลังขึ้นรถไฟ ไคเอ็นจะวิ่งไล่ตามไปแต่ไม่ทันเสียแล้ว

ออกมาจากป่าแล้วเดินไปทางตะวันออกแล้วเดินขึ้นไปทางด้านบน จะเห็นทางขึ้นภูเขาอยู่แห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปจะเป็นหน้าผา แล้วชาโดว์จะแยกจากเราไปเราจะกระโดดลงไปที่หน้าผาแห่งนั้น ขณะที่เรากำลังกระโดดลงไปนั้น ก็มีปีศาจโผล่ออกมาจากน้ำตก กำจัดมันซะให้หมด เมื่อลงมาถึงพื้นน้ำเราจะสลบไป แล้วจะมีคนป่าคนหนึ่งเข้ามาช่วยเราแล้วจากไป ให้เราเดินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะพบหมู่บ้านโมบรีส เข้าไปในหมู่บ้านเพื่อซื้อ เนื้อดาว มาเก็บไว้ แล้วออกมานอกหมู่บ้าน เดินหาศัตรูเพื่อสู้กัน พอหลังจากสู้กันเสร็จแล้วคนป่าคนนั้นจะมาหาเราอีก ให้เนื้อดาวกับเขาไป เขาจะมาเป็นพวกของเรา ชื่อว่าเกาท์ ให้เราเดินต่อไปทางใต้จากหมู่บ้านโมบรีส จะเห็นถ้ำอยู่แห่งหนึ่งเข้าไปข้างใน ระหว่างทางที่เดินอยู่ในถ้ำนั้น เกาท์จะให้หมวกนักประดาน้ำแก่เรา ทำให้เราสามารถดำน้ำได้ เดินต่อไปจะเห็นหน้าผาให้เรากระโดดลงไปข้างล่างแล้วดำน้ำต่อไป

เมื่อเราดำน้ำมาถึงหมู่บ้านนิเคอา ให้เราเดินเข้าไปคุยกับ กัปตันเรือ เลือกข้อสอง เราจะออกเดินทางไปยังหมู่บ้านนันเจ

เมื่อพวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่หมู่บ้านนันเจแล้ว มีรายงานมาว่าเคฟก้าได้ยกกองทัพทหารมาโจมตีหมู่บ้านนี้แล้ว ให้พวกเราทุกคนพากันเดินไปหาพวกมัน เราต้องแบ่งตัวละคร 7 ตัวแบ่งเป็น 3 กลุ่ม แล้วเข้าไปลุยกับพวกทหาร ลักษณะจะเหมือนร็อกและม็อกในตอนช่วยทีน่าตอนแรก เมื่อพวกทหารตายหมดแล้ว เข้าไปสู้กับเคฟก้า สู้กันสักพักมันจะหนีไปก่อนแล้วให้พวกเราพากันเดินขึ้นไปด้านบน ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่สูงที่สุดของหมู่บ้านนันเจแห่งนี้ แล้วจะพบผลึกอสูรตัวแรกที่เคยเจอ คราวนี้ทีน่าจะสื่อสารกับมันอีกครั้ง จนกลายร่างเป็นอสูรแล้วบินหนีจากไป

กลับมาที่บ้านลุงข้างล่างที่อยู่ด้านบนของหมู่บ้านนันเจ เราจะต้องจัดชุดพวกเรา 4 คน ซึ่งสามารถสลับเปลี่ยนที่นี่ได้ตลอด

ออกจากหมู่บ้านนันเจ ไปที่ปราสาทฟิกาโร่ เมื่อเข้าไปแล้วลงบันไดไปยังทางใต้ดินด้านซ้าย จะมีคนแก่เฝ้าสวิทซ์อยู่ คุยกับเขา ๆ จะกดสวิทซ์ทำให้ปราสาทดำลงไปใต้ดิน แล้วปราสาทจะไปโผล่ที่ทะเลทรายอีกทีหนึ่ง เมื่อถึงแล้วเดินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจะพบเมืองโครินเกน เราจะพบชาโดว์ที่เมืองนี้อีกครั้ง ถ้าเราเอาพวกมากัน 3 คน เราจะสามารถจ้างเขาให้มาเป็นพวกของเราได้ โดยเสียเงิน 3000 กิล แต่ถ้าเราเอาพวกมากัน 4 คน เราจะไม่สามารถเอาชาโดว์ได้

ออกจากหมู่บ้านโครินเกน เดินลงมาทางใต้เรื่อย ๆ จะเจอหมู่บ้านจีดอล ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีอะไรให้เดินผ่านไปได้เลย เดินไปทางตะวันออกแล้วเลี้ยวขึ้นไปทางเหนือ จะเจอหมู่บ้านโชโช (หมู่บ้านฝนตก) เข้าไปแล้วเดินเข้าไปในตึกทางด้านซ้ายสุดที่อยู่ด้านล่าง จะเป็นตึกที่สูงมาก เดินขึ้นไปจนกว่าจะถึงชั้นบนสุด ระหว่างทางเราจะเจอกับปีศาจนักกังฟูดาดัลม่าขวางทางอยู่ จัดการฆ่ามันซะแล้วขึ้นไปยังชั้นบนสุดจะพบทีน่าซึ่งนอนอยู่โดยมีอสูรตนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ อสูรตัวนี้ชื่อว่า อสูรรามู เขาเป็นคนที่ช่วยทีน่าเอาไว้ อสูรรามูจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นมนต์อสูร แล้วให้เราเอาไว้ใช้พร้อมกับเพื่อนอสูรอีก 3 ตัว เมื่อได้แล้วให้ออกมาจากหมู่บ้านนี้

ข้างในหมู่บ้านโชโชนี้ จะมีอุปกณ์ของเอ็ดการ์ซ่อนอยู่ชิ้นหนึ่ง วิธีเอาคือเดินเข้าไปในตึกที่มีสัญลักษณ์โรงแรม (INN) จะเห็นนาฬิกาตั้งอยู่เรือนหนึ่ง ให้เราตั้งเวลาดังนี้ 6 โมง 10 นาที 50 วินาที ถ้ากดถูก ประตูทางลับจะเปิดออกเข้าไปหยิบอาวุธมา

เมื่อเซรีสเริ่มร้องครั้งแรกให้เลือกเอาเพลงที่ 1 ครั้งที่ 2 ให้เลือกเอาเพลงที่ 2 ครั้งที่ 3 ให้เลือกเอาเพลงที่ 1 เสร็จแล้วอัศวินผู้เป็นคนรักของมาเรีย (ตัวละครที่เซรีสแสดง) จะเข้ามา แล้วมันจะเดินวนไปทั่ว ให้เราเดินตามไปคุยไป จนกลายเป็นดอกไม้ให้เราหยิบไป แล้วเดินขึ้นด้านบนสุดที่เป็นระเบียงปราสาท โยนดอกไม้ลงไปก็เป็นอันจบบทละครฉากที่ 1

การร้องเพลงโอเปร่า ระหว่างทีเซรีสร้อง จะเป็นการถามว่าเราจะร้องเพลงไหน ถ้าเราร้องเสียงผิดก็เป็นอันจบเกมส์ ต้องถูกโยนออกมานอกโรงละครแล้วค่อยเข้าไปร้องใหม่ ถ้าผิด 4 ครั้ง ก็เกมส์โอเวอร์

เดินลงมายังหมู่บ้านจีดอล ขึ้นไปที่คฤหาสน์ของเอาท์เซอร์ เซรีสจะถูกเชิญไปแสดงละครโอเปร่า ให้เราออกมาจากหมู่บ้านนี้ แล้วเดินลงมาทางใต้ ลงมาจะเป็นทางแคบ ๆ ซึ่งทั้ง 2 ข้างก็คือทะเล จะพบกับบ้านหลังหนึ่งซึ่งก็คือโรงละครโอเปร่า ให้เซรีสเข้าไปในห้องแต่งตัว แล้วพวกที่เหลือก็ไปนั่งดูโอเปร่ากันก่อน ร็อกรู้สึกเป็นห่วงเซรีสจึงมาดูที่ห้องแต่งตัว ซึ่งเซรีสแต่งตัวเสร็จพอดี ร็อกเห็นเข้าก็หน้าแดงไปเลย แล้วเซรีสก็ออกไปร้องเพลงโอเปร่า
มาที่ร็อกซึ่งอยู่ในห้องแต่งตัวกำลังจะเดินออกมา ก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งเขียนมาจากออลโตรอส เรื่องการลักลอบทำร้ายเซรีส เมื่ออ่านจบให้ร็อกรีบเดินออกมาแล้วเดินไปหาเพื่อน ๆ ที่นั่งดูละครกันอยู่ เดินตามทางด้านขวาแล้วเดินขึ้นข้างบนจะเห็นห้องข้างในมีสวิทซ์อยู่ 4 อัน ให้เรากดสวิทซ์อันที่ 4 แล้วออกมาเข้าห้องที่อยู่ด้านซ้ายบ้าง เดินไปเรื่อย ๆ จะพบว่าออลโตรอสกำลังจะฆ่าเซรีสให้เข้าไปขวางแล้วเราจะตกลงมาพร้อมกับมัน ลงมาสู้กันต่อข้างล่าง พอสู้กันสักพักแล้วมันจะหนีไป

เมื่อออลโตรอสจากไป จะมีชายแปลกหน้าผู้หนึ่งมาจับตัวเซรีสไปไว้ในเรือเหาะของมัน ร็อกตามไปช่วยมาได้ ชายคนนั้นกลับใจมาเป็นเป็นพวกเราอีกคน เขาชื่อว่า เซทเซอร์ แล้วเขาจะพาเรามายังเกาะด้านล่างด้วย
จบบทที่ 3

บทที่ 4 : จุ่โจมจักรวรรดิกัสโทร่า

หลังจากที่เซทเซอร์เข้ามาเป็นพวกเราแล้ว เขาจะพาเรานั่งเรือเหาะไปยังดินแดนของจักรวรรดิกัสโทร่า ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ด้านล่างของแผนที่ ในดินแดนแห่งจักรวรรดินี้ จะมีหมู่บ้านเป็นเมืองขึ้นอยู่ 3 หมู่บ้านคือ หมู่บ้านอัลบรูกเชน หมู่บ้านมาริด้า เมื่อเรามาถึงเกาะนี้แล้วเราจะมาลงจอดที่หมูบ้านอัลบรูก หมุ่บ้านนี้ไม่มีอะไรมาก เดินขึ้นไปด้านบนที่เป็นภูเขาจะมีช่องทางเดินขึ้นไปจะไปโผล่ยังปราสาทเวคต้า ซึ่งเป็นฐานของจักรวรรดิกัสโทร่า

นั่งเรือเหาะของเซทเซอร์ มุ่งสู่อณาจักรกัสโทร่าที่นี่จะมี 3 หมู่บ้านคือ หมู่บ้านอัลบรูก คือหมู่บ้านที่เราเอาเรือเหาะมาลองจอด หมู่บ้านเชน อยู่ด้านบนสุดของเกาะแห่งนี้ หมู่บ้านมารีด้า อยู่ทางด้านซ้ายล่างของเกาะ

เข้าไปในปราสาทเวคต้า หาคนแก่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของลังไม้ที่วางเรียงกันอยู่เข้าไปคุยกับเขา ๆ จะบอกให้เราไปซ่อนที่ ๆ เขาอยู่ก่อน แล้วเขาจะไปล่อพวกทหารไม่ให้สนใจเรา ให้เราทำตามจะทำให้เรากระโดดขึ้นบนถังไม้ได้ แล้วไต่ไปตามราวบนหลังคา พอไต่มาจนพันพวกทหารแล้วก็ลงมาแล้วเราจะเข้าไปในปราสาทได้

คนแก่คนนี้ ที่สามารถจะช่วยเราเข้าไปข้างในปราสาทเวคต้าได้ จงทำตามที่เขาแนะนำ

เมื่อเราเข้าไปในปราสาทจะเจอ เคฟก้ากำลังทำร้ายอสูร 2 ตัวอยู่ มันจะผลักอสูร 2 ตัวนั้นลงไปที่ชั้นใต้ดิน ให้เราลงตามไปช่วยในทางเดียวกัน เมื่อเจอแล้วเขาจะเข้าใจผิด นึกว่าเราเป็นพวกของเคฟก้า ทำให้ต้องสู้กัน เมื่อชนะแล้ว อสูรรามูที่อยู่กับเราจะออกมาเล่าความจริงให้ฟัง อสูร 2 ตัวนั้นก็เข้าใจแล้วแปลงร่างเป็นมนต์มาให้เราใช้ เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะเจอห้องเก็บอสูรเดินขึ้นไปกดสวิทซ์ด้านบนสุด จะทำให้เคปซูลที่ขังอสูรเอาไว้แตกออก เราจะได้อสูรเหล่านั้นมาไว้ใช้ แล้วซิตเข้ามาช่วยเหลือเราให้ออกไปจากปราสาทแห่งนี้โดยนั่งรถรางออกไป ก่อนที่จะถึงทางออกเราจะเจอกับหุ่นยนต์ปีศาจหมายเลข 128 สู้กับมันแล้วเราจะออกมาข้างนอกได้ เซตเซอร์จะมารับเราขึ้นเรือเหาะไป

กาเดียนอาเมอร์ มาโดอาเมอร์ประเภทปืนใหญ่ชั้นสูง อย่าไปยุ่งกับเจ้าตัวนี้เลยดีกว่า เพราะเราจะไม่สามารถทำอะไรมันได้ เมื่อเจอมันแล้วให้หนีลูกเดียว

เมื่อออกจากปราสาทเวคต้าแล้ว เซทเซอร์จะสอนเราบังคับเรือเหาะ ในระหว่างนี้ จอมมารเคฟก้าได้บังคับ เครน ที่ใช้ในการก่อสร้างมาจะทำร้ายเราจัดการมันซะ เมื่อเราชนะแล้วเราจะบังคับเรือเหาะเองได้แล้ว ให้เราขับเรือเหาะไปที่หมู่บ้านโชโช ที่ ๆ ทีน่านอนอยู่ ขึ้นไปหาทีน่า จะมีอสูรที่เราเอามาจากปราสาทเวคต้า ออกมาช่วยรักษาทีน่าให้ฟื้น ทีน่าก็จะรู้ความจริงว่าอสูรนั้น ที่แท้คือพ่อแท้ ๆ ของทีน่านั่นเอง แล้วทีน่าก็กลับมาเป็นพวกเราเหมือนเดิม

กัสโทร่า เป็นคนที่แย่งทีน่ามาจากพ่อแม่ของทีน่าที่เป็นอสูร มาตั้งแต่ทีน่ายังเล็ก ๆ และกัสโทร่าก็ยังจับเอาพ่อของทีน่ามาทดลองอีกด้วย

มาที่หมู่บ้านนันเจ เข้าบ้านที่อยู่ทางขวาสุดของหมู่บ้านนี้ (ต้องลงจากบ้านของคุณลุงที่เคยช่วยทีน่าไว้ ลงมาแต่ไม่ต้องเดินลงไป ลงมาเรื่อย ๆ จะพบบ้านหลังนี้) ข้างในจะมีขโมยอยู่คนหนึ่ง มันจะหนีเราไป ให้ตามไปที่หน้าผาที่มีผลึกอสูรอยู่ จะพบกับขโมยคนนั้นมันจับม็อกเป็นตัวประกัน เข้าไปคุยแล้วรอพักสักเดี๋ยวม็อกจะตื่นขึ้นมา แล้วเราจะได้ม็อกเป็นเพื่อน
กลับมาที่ดินแดนแห่งจักรวรรดิกัสโทร่า ไปทางขวาของเกาะจะพบถ้ำแห่งหนึ่งที่มีบ้านหลังเล็ก ๆ ขวางอยู่ เข้าไปในบ้านหลังเล็กนั้นข้างในคือค่ายทหาร แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ให้เดินผ่านบ้านนี้ไปเข้าไปในถ้ำ จะเป็นถ้ำภูเขาไฟ ข้างในนี้จะมีอาวุธสุดยอดอยู่ด้วย คือดาบอัลเทม่า เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอภูเขาอสูร ทีน่าจะแปลงร่างแล้วเปิดประตู้ที่ปากถ้ำอสูรออก แล้วพวกอสูรที่ถูกขังอยู่ข้างในก็พากันออกมา แล้วหินก็ถล่มลงมาปิดปากถ้ำอีก

เมื่อปีศาจได้พากันหนีออกไปแล้ว เกิดการสั้นสะเทือนอย่างหนัก ทำให้ก้อนหินกลิ้งลงมาปิดปากถ้ำอีก

เมื่อออกมาจากถ้ำนั้นแล้ว พวกเราที่เหลือก็เข้ามาบอกว่า กองทัพรีทาน่าได้บุกเข้าโจมตี ปราสาทเวคเตอร์สำเร็จแล้ว เมื่อเราขึ้นเรือเหาะไป อสูรที่หลุดออกมาจากถ้ำภูเขาอสูร เข้ามาทำร้ายเรา ทำให้เรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องร่อนลงจอดด่วน ให้เราเดินไปยังปราสาทเวคต้า จะมีชายคนหนึ่งนำทางเราข้าไปส่วนในของปราสาท ไปหาจักรพรรดิรีทาน่า เขาบอกให้เราอยู่ร่วมรับประทานอาหารอีก 4 นาที ระหว่างนี้ให้เราเดินไปคุยกับทหารให้หมดทุกคนเมื่อครบเวลาแล้ว เราก็จะเข้าไปที่โต๊ะอาหาร จะมีการถามตอบกันนิดหน่อย ถ้าเราตอบได้ดี เราก็จะได้เครื่องประดับมา 2 ชิ้นเลยทีเดียวเมื่องานเลิกจักรพรรดิจะให้เรายืมเรือเพื่อใช้ในการเดินทางต่อไป
จบบทที่ 4

บทที่ 5 : จุดสิ้นสุดของพื้นพิภพ

หลังจากที่งานเลี้ยงเลิกแล้ว ให้เราออกมาเดินไปยังหมู่บ้านอัลบรูก เข้าไปในหมู่บ้านตรงที่เป็นท่าเรือ จะเห็นแม่ทัพเลโอยืนอยู่เข้าไปคุย แล้วชาโดว์กับเซรีสจะเข้ามาเพื่อที่จะร่วมเดินทางไปกับพวกเราด้วย แต่เซรีสเห็นร็อกมากับทีน่าก็เกิดน้อยใจวิ่งออกไป ให้เราเข้าพักในโรงแรม คืนนั้นร็อกกับเซรีสจึงได้คุยกันจนเข้าใจเซรีสจึงได้ไปด้วย ตอนเช้าเรือก็ออกเดินทางไปยังหมูบ้านซามาซ่า แล้วแม่ทัพเลโอก็ได้จากไปพร้อมกับเซรีสที่ไม่ยอมลงไปจากเรือ

ท่าเรือในหมูบ้านอัพลบรูก จะอยู่ด้านล่างของหมู่บ้านอยู่ด้านล่างของร้านขายชุดป้องกัน

เดินเข้าหมู่บ้านซามาซ่า เข้าไปในบ้านที่อยู่ด้านบนเยื้องไปทางขวานิด ๆ ที่นี่เป็นบ้านของสตราโกส จะพบกับสตราโกสและหลานที่เขาเก็บมาเลี้ยงที่ชื่อว่ารีม รีมจะไม่ยอมพูดกับเราแต่ไปเล่นอินเตอร์เซพเตอร์หมาของชาโดว์ เมื่อคุยกันเสร็จแล้วให้เข้าพักในโรงแรม 1 คืน ในคืนนี้นั้นก็เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านหลังหนึ่ง สตราโกสเข้ามาขอให้เราช่วยเพราะรีมเข้าไปติดอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้หลังนั้น คนที่อยู่ในหมู่บ้านออกมาช่วยกันดับไฟแต่มันก็ไม่ยอมดับสักที สตราโกสรู้สึกสงสัยจึงจะเข้าไปช่วยเอง ร็อกกับทีน่าก็เข้าไปช่วยด้วย

ความพยายามของชาวบ้านที่จะช่วยกันดับไฟ กลับทำให้โหมลุกหนักขึ้นอีก สตราโกสรู้สึกสังหรณ์ใจว่าคงจะไม่ใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน

เมื่อเข้าไปที่บ้านไฟไหม้ เราจะพบกับปีศาจเฟลมอีเตอร์ เมื่อกำจัดได้แล้วพวกเราจะโดนลอบทำร้ายจบสลบไป กลุ่มปีศาจบอมส์จะโผล่ออกมา ชาโดว์ก็เข้าไปช่วยได้ทันเหตุการณ์พอดี แล้วพาพวกเราออกไป

เฟรมอีเตอร์ มันกลัวน้ำและน้ำแข็ง ให้สตาโกสใช้ไม้เท้าน้ำแข็งได้จากบ้านนี้ปราบจะทำให้ง่ายขึ้น หรือไม่ก็ใช้มนต์น้ำเงินที่ชื่อ อากัวส์เบส ก็ได้

ตอนเช้า สตาโกสจะบอกว่าอยากเดินทางไปกับเรา ร็อกก็ให้เดินทางไปด้วย แต่ชาโดว์ก็จากไปอีก ให้เราออกจากหมู่บ้านแล้วอ้อมภูเขาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นถ้ำของพวกอสูรในตำนาน (ตอนนี้รีมก็แอบตามมาด้วย) เข้ามาข้างในเดินไปเรื่อย ๆ จะเห็น รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ อยู่ 3 รูป เป็นรูปปั้นที่คอยคุ้มครองเหล่าอสูรที่อยู่ในนี้มานานแล้ว ในขณะนั้นเองออลโตรอสก็โผล่มาจากไม่รู้ เข้ามาสู้กับเรา แล้วรีมซึ่งแอบตามมาก็เข้ามาร่วมสู้ด้วย เมื่อชนะแล้วเดินต่อไปจะเจอหลุมพราง 3 หลุม ให้เราลงหลุมล่างซ้ายจะทำให้เราพบกับเหล่าอสูรที่มีหัวหน้าคือ อสูรยูร่า เขาจะพาเราไปที่เมืองซามาซ่า

เผ่าอสูรที่มีตั้งแต่ 1000 ปีก่อนมาปัจจุบันคิดว่าหมดไปแล้ว แต่ทำไมมันกลับโปล่มาได้มากมายขนาดนี้

เมื่อมาถึงเมืองซามาซ่า จะพบแม่ทัพเลโอซึ่งกำลังคอยอยู่พอดี ตอนที่กำลังคุยกันอยุ่นั้น จอมมารเคฟก้าก็เข้ามาพอดี พร้อมกับหุ่นกาเดียนอาเมอร์ มันจะทำร้ายพวกเราจนสลบไปหมด แล้วจอมมารเคฟก้าก็จับพวกอสูรไปทำเป็นเวทย์มนต์เก็บไว้ใช้อีก แม่ทัพเลโอเกิดอาการไม่พอใจจึงเข้าต่อสู้กับจอมมารเคฟก้า แต่ก็ต้องแพ้เพราะจอมมารเคฟก้าใช้แผนสกปรก ทำให้แม่ทัพเลโอถูกฆ่าตาย จอมมารเคฟก้าจัดการดึงเอาอสูรที่หนีออกจากภูเขาอสูร มาทำเป็นเวทย์มนต์จนหมด แล้วมันก็จากไป

เมื่อพวกเราฟื้นขึ้นมาพบว่าแม่ทัพเลโอตายเสียแล้ว จึงรู้สึกเศร้าแล้วจัดการทำหลุมศพให้ พอดีเซทเซอร์ซ่อมเรือเหาะเสร็จ ก็เอามารับเราที่หมู่บ้านซามาซ่าเมื่อเราขึ้นเรือเหาะไป ในขณะนั้นจักรพรรดิกัสโทร่าและจอมมารเคฟก้ากำลังทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าทั้ง 3 ทำให้แผ่นดินขนาดมหึมาหลุดลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เราจะต้องตามขึ้นไป โดยเลือกเพื่อนเอาขึ้นไปแค่ 3 คน ระหว่างทางที่เราขึ้นไป จะมีศัตรูมาขัดขวางมากมาย และอสูร ออรโตรอส กับทูโฟน ก็เข้ามาสู้กับเราอีก เราจะถูกลมของทูโฟนเป่ากระเด็นจนตกลงมาจากเรือเหาะ ขณะที่เรากำลังตกลงไป ก็จะเจอกับ เรือเหาะปีศาจชื่อว่า แอร์ฟอสท์ มีสู้กับเราแล้วเราก็ตกลงไปบนเกาะลอยพอดี

เมื่อมาถึงเกาะลอย จะเห็นชาโดว์นอนสลบอยู่ คงเพราะติดมาตอนที่เกาะลอยขึ้นมาแน่ เข้าไปคุยแล้วจะได้ชาโดว์เป็นเพื่อน ให้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ จะพบสัตว์ประหลาดอัลเทม่า มี HP ประมาณ 24000 เมื่อฆ่ามันได้แล้ว เราจะสามารถเข้าไปหาเคฟก้าและจักรพรรดิกัสโทร่า ตอนนี้ชาโดว์จะหนีออกไปก่อน เซรีสกับเคฟก้าเกิดทะเลาะกัน เซรีสเข้าทำร้ายเคฟก้าจนบาดเจ็บ เคฟก้าเลยดึงพลังจาก 3 รูปปั้นมาเป็นของตัวเอง แล้วเข้าทำลายทุกคน แม้แต่จักรพรรดิกัสโทร่ามันก็ฆ่าแล้วเตะศพจนตกลงไป แล้วชาโดว์จะเข้ามาดันรูปปั้นเข้าไปทับเคฟก้าเพื่อที่จะทำให้มันตาย ตอนนี้รูปปั้นทั้ง 3 เกิดอ่อนแรงทำให้แผ่นดินที่ลอยขึ้นมากำลังจะพังลงไป เราจะต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด

จอมมารเคฟก้า ผู้ใจคอโหดเหี้ยม ฆ่าได้แม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง ตอนนี้จักรพรรดิกัสโทร่าตายไปแล้ว ผู้ที่หวังครองโลกคือเคฟก้านี้เอง

หนีจากจอมมารเคฟก้า เดินเรื่อย ๆ อย่าชักช้า ระหว่างทางเราจะเจอปีศาจขวางทางอยู่คือ ปีศาจเนราป้า มี HP ประมาณ 2800 ฆ่ามันซะแล้วเดินไปทางขวาสุดของเกาะ จะมีเรือมารอเราอยู่จะมีคอมมานด์ให้เลือกให้เรากดเลือกคอมมานด์ที่ 2 แล้วรอจนวินาทีสุดท้าย ชาโดว์จะตามมาแล้วกระโดดลงไปพร้อมกัน

เลือกคอมมานด์ที่ 2 อีกครั้งจะเป็นการรอชาโดว์ ถ้าเราไม่รอ ชาโดว์จะตายไปทำให้ไม่สามารถใช้ได้อีก

หลังจากที่หนีลงเรือเหาะไปแล้ว โลกได้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้น เรือเหาะของเราจะโดนสายฟ้ามาผ่า ทำให้เรือแตกออก แต่ละคนก็กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง และแล้วทุกอย่างก็เงียบสงบลง

จบบทที่ 5

บทที่ 6 : ตามหาเหล่าผู้กล้าท่ามกลางแผ่นดินแห่งความตาย

หลังจากที่โลกได้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ทำให้แผ่นดินบางแห่งแตกแยกออกจากกัน แผ่นดินบางที่ได้จมน้ำทะเลหายไป ท้องฟ้าไม่เป็นสีฟ้าแต่กลับอาบด้วยสีเลือด

เซรีสฟื้นจากการสลบที่สลบไปนานถึง 1 ปีเต็ม ๆ ฟื้นขึ้นมาในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งซิตเป็นคนที่ช่วยเซรีสไว้ และรักษาพยาบาลมาโดยตลอด จนตัวเองได้ล้มป่วยลง คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของเซรีสที่จะต้องออกไปจับปลาที่ด้านล่างของบ้านหลังนี้แล้วนำมันมาให้ซิดกิน แต่ไม่นานเขาก็ตายจากไป เซรีสเสียใจมากถึงกับกระโดดจากหน้าผาเพื่อที่จะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จแล้วเซรีสก็สลบไป มีนกตัวหนึ่งบินเข้ามาหาเซรีส เซรีสเห็นผ้าที่โพกหัวก็จำได้ว่าเป็นของร็อกอย่างแน่นอน จึงมีกำลังใจจะออกไปตามหาเพื่อนทั้งหมด ให้เข้าไปในบ้านจะเห็นจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นของซิดเขียนไว้ให้ก่อนตาย เขียนว่ามีทางลับอยู่ที่กำแพงด้านซ้ายข้างในจะมีแพซึ่งเราสามารถออกจากเกาะนี้ได้

ที่นี่เป็นชายหาดที่เราสามารถมาจับปลาไปให้ซิดได้ ถ้าเราหาปลามาไม่พอจำนวนในเวลาที่กำหนดให้ซิดป่วยตาย แต่ถ้าสามารถหามาให้เพียงพอได้ ซิดก็จะไม่ตาย

เซรีสนั่งแพมาจนถึงเกาะทางขวาบน ให้ขึ้นมาที่หมู่บ้านอัลบรูก เดินขึ้นไปจะพบกับหอคอยแห่งหนึ่ง แต่เข้าไม่ได้ให้เราเดินผ่านไป จะพบอีกหมู่บ้านคือหมู่บ้านเชน เมื่อเราเข้าไปข้างในจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เดินไปข้างบนจะพบบ้านคือหมู่บ้านเชน เมื่อเราเข้าไปข้างในจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เดินไปข้างบนจะพบบ้านหลังหนึ่งกำลังจะพังแต่แมชก็เข้ามายันบ้านเอาไว้ แล้วเขาบอกให้เราเข้าไปช่วยเด็กที่ติดอยู่ข้างใน เมื่อช่วยได้แล้วซิดจะออกเดินทางไปพร้อมกับเรา
ออกจาหมู่บ้านเชนเดินไปทางตะวันออก ไกลออกไปจะมีหมู่บ้านโมบรีสตั้งอยู่ ข้างในจะเห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งออกมาให้เราเดินตามไป จะพบทีน่าอยู่ข้างในนี้เซรีสจะชวนทีน่าออกเดินทางไปด้วยกัน แต่ทีน่าปฏิเสธเพราะที่หมู่บ้านนี้กำลังมีอสูรมาคุกคามอยู่ ทีน่าต้องการที่จะช่วยคนในหมู่บ้านนี้ก่อน ในขณะนั้นปีศาจฮุนบาบาก็โผล่ออกมา ให้พวกเราช่วยกันไล่มันออกไป
ออกจากเมืองโมบรีส เดินตามทางจะพบทางแยกเดินขึ้นไป ระหว่างทางจะเจอหอคอยเวทย์มนต์ซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ เดินผ่านขึ้นไปจะเป็นหมู่บ้านนิเคอาให้เราเข้าไปข้างในผับ ในหมู่บ้านนี้จะพบทหารเรืออยู่หลายคน คุยให้หมดทุกคนแล้วจะมีคนหนึ่งเดินออกมา ให้เราเดินตามออกมา เดินไปที่ตลาดคุยกับคนที่ใส่ชุดสีเทายืนอยู่หลังลังไม้ เราจะจำได้ว่าเขาคือเอ็ดการ์ แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่แล้วเขาก็เดินออกไปขึ้นเรือ ให้เราแอบตามขึ้นเรือไปด้วย
เรือจะมาจอดที่หมู่บ้านฟิกาโร่ เข้าไปที่โรงแรมของหมู่บ้านนี้จะพบกับเจฟ(เอ็ดการ์ปลอมตัวมา) เขาจะออกไปจากหมู่บ้าน ให้เราตามไปเข้าถ้ำที่อยู่ทางซ้ายบน ตรงทางที่ใกล้ทางออกจะพบกับบ่อน้ำที่มีเต่าว่ายน้ำอยู่ กระโดดเหยียบเต่าเข้าไป เข้าถ้ำไปจะเป็นทางเข้าใต้ดินของปราสาทฟิกาโร่ หาคนแก่ที่คอยควบคุมเครื่องยนต์ เดินลงบันไดไปทางซ้ายข้างล่างจะเป็นห้องเครื่อง จะมีปีศาจสาหร่ายอยู่ฆ่าฆ่ามันได้ เอ็ดการ์จะเข้ามาเป็นพวกเราเหมือนเดิม

ลงบันไดทางด้านซ้าย จะเป็นห้องเครื่องของปราสาท เดินเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องยนต์ ทำไมจึงบังคับเครื่องยนต์ไม่ได้

เมื่อฆ่าปีศาจสาหร่ายได้ ให้ไปคุยกับคนแก่ที่คอยควบคุมสวิทซ์อยู่บอกให้เขาเคลื่อนย้ายปราสาทไปที่อีกฟากหนึ่ง เดินไปทางตะวันตกเฉียงเหนือจะพบหมู่บ้านโครินเกน ให้เขาไปในผับจะเจอเซทเซอร์ เขาจะมาเป็นเพื่อนกับเรา แล้วบอกทางลับไปเอาเรือเหาะให้ด้วย ให้เราเดินไปตามทางที่เขาบอก เข้าถ้ำไปข้างในจะมีเรือเหาะอยู่ ซึ่งเรือเหาะลำนี้เป็นของคู่แข่งของเซทเซอร์ เขาจะมอบมัยให้เราใช้

เมื่อเราได้เรือเหาะแล้ว เราจะต้องตามหาเพื่อนในที่ต่าง ๆ ซึ่งจะต้องใช้เรือเหาะไปที่ต่าง ๆ ดังนี้

ทีน่า – นำเรือเหาะไปยังหมู่บ้านโมบรีส ที่เคยเจอทีน่าอยู่ ให้เดินตามหมาที่อยู่ด้านหน้า มันจะวิ่งเข้าไปในบ้าน แล้วเข้าทางลับ หลังตู้จะเห็นทีน่ายืนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ระหว่างนี้ ปีศาจฮุนบาบาที่เราเคยไล่มันไปแล้วมันจะกลับมาอีก เราจะต้องฆ่ามันให้ได้ มันมี HP หลายหมื่นทีเดียวเมื่อเราฆ่ามันแล้วทีน่าจะเข้ามาเป็นพวกเรา

ไคเอ็น – มาที่หมู่บ้านมารันด้า เข้าบ้านที่อยู่ทางขวาสุดของหมู่บ้านจะเป็นบ้านของผู้หญิงที่มีดอกไม้อยู่เต็มบ้าน แล้วตอนนี้จะมีจดหมายส่งเข้ามา เมื่อเราอ่านจดหมายนั้นเราจะจำได้ว่าเป็นลายมือของไคเอ็น ออกมาข้างนอกบ้านแล้วคุยกับนกที่อยู่ข้าง ๆ บ้านแล้วมันจะหนีไป ให้เราตามไปที่หมู่บ้านโชโช เข้าไปข้างในคุยกับชายที่ยืนอยู่หน้าตึกโรงแรม (มีป้าย INN) เขาจะขายกุญแจแก่เรา เมื่อได้แล้วลงมาทางตึกทางขวา เดินขึ้นตามมาเรื่อย ๆ จะเห็นหน้าผา และไคเอ็นก็จะยืนอยู่ที่นั่น เขาจะมาเป็นเพื่อนเรา

เกาท์ – นำเรือเหาะมาจอดที่เกาะ ที่อยู่ทางเหนือจากหมู่บ้านโมบรีสขึ้นไป จะเป็นเกาะที่มีจังหวะเพลงเป็นจังหวะของคนป่า ให้เดินหาศัตรูบนเกาะนั้นสักพัก เกาท์จะเข้ามาในฉากต่อสู้

ชาโดว์ – บนเกาะที่เจอเกาท์ทางด้านซ้ายของเกาะจะมีถ้ำอยู่ที่หนึ่งเดินเข้าไปในถ้ำแห่งนี้ เดินไปเรื่อย ๆ จะเห็นชาโดว์นอนสลบอยู่ เข้าไปจะมีปีศาจคิงส์เบฮิโมสซึ่งเราจะต้องสู้อยู่ 2 ตัว กำจัดมันแล้ว พาชาโดว์มาที่เมืองซามาซ่า ให้เขานอนที่บ้านของสตราโกส แล้วเราออกไปข้างนอกหมู่บ้านแล้วกลับเข้ามา เขาจะหายตัวไปแล้ว ให้เรานั่งเรือเหาะไปทางขวาบนของแผนที่ จะเห็นบ้านหลังหนึ่งจะเป็นที่ประลองยุทธ (โครอสเซี่ยม) ให้ใช้มีดนินจาลงไปเดินพัน แล้วชาโดว์จะเข้ามาสู้กับเรา ถ้าชนะเขาจะมาเป็นเพื่อนเราอีกครั้ง

รีม – ไปที่หมู่บ้านจีดอล ขึ้นไปที่บ้านหลังบนสุด ซึ่งเป็นคฤหาสน์ของเอาท์เซอร์ เมื่อเช้าไปข้างในบ้านจะมืด เดินตรงไปเปิดไฟที่บันได เข้าไปในห้องภาพสำรวจรูปให้หมดทุกรูป จะมีบางภาพที่มีศัตรูออกมาสู้กับเรา แล้วมีทางลับเข้าไปข้างใน เดินหาภาพของผู้หญิงข้างในอีก เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะพบกับรีม ซึ่งกำลังถูกอสูรตัวหนึ่งบังคับให้วาดรูปอยู่ เราจะต้องสู้กับรูปที่รีมวาดขึ้นมา เมื่อชนะแล้วให้ไปกดสำรวจที่ตู้หนังสือด้านขวา เราจะได้รีบเป็นเพื่อน แล้วได้มนต์อสูรอีก 1 มนต์ด้วย

สตราโกส – เมื่อได้รีมเป็นเพื่อนแล้ว นั่งเรือเหาะมาที่หมู่บ้านนิเคอาแล้วเหาะลงมาทางด้านใต้ตามทางเดิน จะพบหอคอยที่มีภูเขาล้อมรอบ ลงจอดแล้วเข้าไปข้างในหอคอยจะเห็นสตราโกสอยู่ รีมจะกระโดดลงไปช่วย

ร็อก – มาที่หมู่บ้านเชน นั่งเรือเหาะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจะเห็นภูเขาลูกใหญ่ที่มีรูอยู่ตรงกลาง จะมีถ้ำอยู่ข้างใน ต้องแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เราสามารถเปลี่ยนกลุ่มได้โดยการกด Y เดินเข้าไปด้านในสุดจะพบกับร็อกซึ่งกำลังเปิดหีบสมบัติอยู่เราจะได้เขามาเป็นพวก

ม็อก – กลับไปที่หมู่บ้านในหุบเขานันเจ เดินเข้าไปในถ้ำของชนเผ่าโมกุริ จะเห็นม็อกยืนอยู่ข้างใน เข้าไปคุยแล้วเขาจะมาเป็นเพื่อนของเราอีกครั้ง

เมื่อเราได้เพื่อนครบทั้ง 12 คนแล้ว ยังมีเพื่อนใหม่อีก 2 คนคือ นักเลียนแบบและมนุษย์หิมะ

โกโกะ – นักเลียนแบบ นั่งเรือเหาะไปยังเกาะทางซ้ายบนสุดของแผนที่ เป็นเกาะเล็ก ๆ ให้เราเดินหาศัตรูสักพักจะเจอกับปีศาจจอมดูด ให้มันดูดพวกเราให้หมดทุกคนเข้าไปในตัวมัน ข้างในตัวมันจะเป็นถ้ำ และจะมีโกโก้นักเลียนแบบอยู่ข้างใน

อูมาโร่ – มนุษย์หิมะ มาที่หมู่บ้านในหุบเขา ขึ้นไปที่หน้าผาที่มีผลึกอสูรอยู่ เราจะต้องสู้กับอสูรตัวนั้น แล้วเราจะได้มนต์อสูรนั้นมาใช้ แล้วให้เรากระโดดลงเหวไป (ต้องเอาม็อกมาด้วย) ลงมาจากเหวข้างล่างจะเป็นถ้ำ ข้างในจะพบกับมนุษย์หิมะต้องสู้กันก่อน

โกโกะ : นักเลียนแบบ
ความเป็นมา : อาศัยอยู่ในตัวของปีศาจจอมดูดมาหลายปี สามารถเลียนแบบการกระทำของคนอื่นได้และสามารถให้ใช้พลังพิเศษได้ทุกอย่าง

เมื่อเราเลือกใช้คอมมานด์นี้ จะเป็นการเลียนแบบการกระทำของคน ที่เพิ่งจะเลือกคอมมานด์ไปก่อนหน้านี้ได้ เช่นร็อกใช้คอมมานด์ขโมยของ แล้วมาถึงตาโกโก้ ถ้าเลือกคอมมานด์เลียนแบบ โกโก้จะใช้คอมมานด์ขโมยได้

ความเป็นมา : อาศัยอยู่ในถ้ำในหมู่บ้านในหุบเขานันเจมานาน เป็นมนุษย์หิมะที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว เป็นคนที่เอาแต่ใจมากไม่ยอมให้ใครมาบังคับ

ในการต่อสู้ เขาจะเป็นคนที่ตัดสินใจตัวเขาเองว่าจะทำอะไร บางทีจะเป็นการพุ่งชน บางทีจะเป็นการตีด้วยฆ้อน

จบบทที่ 6

บทที่ 7 : การออกเดินทางเพื่ออาวุธที่ทรงพลังและมนต์อสูร

มาที่ปราสาทฟิกาโร่ ไปหาคนแก่ที่เฝ้าสวิทซ์อยู่ ให้เขาเคลื่อนย้ายปราสาทให้ดำดินลงไป ระหว่างทางที่อยู่ใต้ดินจะมีการหยุดถามว่าเราจะออกไปข้างนอกหรือไม่ ให้เราตอบว่าออก เดินออกมาแล้วเข้าไปในคุกที่อยู่ด้านขวา จะมีทางเดินออกไป ข้างนอกจะเป็นทางใต้ดิน เดินไปเรื่อย ๆ จะเป็นปราสาทโบราณข้างในจะมีแหวนที่เมื่อใส่แล้วจะสามารถฟันได้ 4 รอบ และอสูรโอดีนที่ถูกสาปให้เป็นหินอยู่ เข้าไปสำรวจแล้วจะได้มนต์อสูรโอดินมาใช้ เมื่อได้แล้วให้เราเข้าไปในห้องทางขวา กดสำรวจที่ตู้หนังสือที่มีแสงแว็บอยู่แล้วออกมาข้างนอกไปยืนที่บัลลังก์เดินลงมา 2-3 ก้าว สำรวจตรงพื้นที่เป็นบันได จะได้ยินเสียงเปิดประตู เข้าไปในห้องทางขวาอีกครั้งคราวนี้จะมีทางลงไปอีก ข้างล่างจะมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เราจะสามารถเปลี่ยนมนต์อสูรโอดินเปลี่ยนเป็นมนต์อสูรไรดีนได้

สำรวจตรงจุดนี้ ทางลับข้างในห้องทางขวาจะเปิดออกเข้าไปข้างใน จะมีมังกร 1 ใน 8 อยู่

มาที่หมู่บ้านในหุบเขานันเจ (ให้เอาร็อกมาด้วย) เดินเข้าไปในหมู่บ้านแล้วตรงไปที่ร้านขายอาวุธ ร็อกจะเป็นคนที่เปิดประตูเข้าไปข้างใน จะมีคนแก่อยู่คนหนึ่ง คุยกับเขาแล้วเขาจะให้เราเลือกว่าเราจะเอาอาวุธหรือมนต์เรียกอสูร ถ้าเราเลือกเอาอาวุธ เราจะได้ดาบแร็กน่าร็อก แต่ถ้าเราเลือกมนต์เรียกอสูรเราจะได้ มนต์แร็กนาร็อก เสร็จแล้วออกมาข้างนอก เดินขึ้นไปที่หน้าผาที่มีอสูรอยู่ จะต้องต่อสู้กับอสูรตัวนั้นแล้วเราจะได้มนต์ เรียกอสูรวาริกัลป์มันเดอร์มา เมื่ออสูรตัวนั้นหานไปแล้วโดดลงไปที่หน้าผา ข้างล่างจะเป็นถ้ำของอูมาโร่ เราจะได้มนต์เรียกอสูรมิโด้กัลป์โซรูมมาอีก

มาที่เกาะทางใต้ที่ซิดนอนตายอยู่ ไปที่ชายหาดจะมีมนต์อสูรอันหนึ่งคือแคทฮารี กดสำรวจแล้วจะได้มา
นั่งเรือเหาะมาที่หมู่บ้านจีดอลเข้าโรงประมูล จะมีมนต์เรียกอสูรที่เราต้องประมูลมา 2 มนต์ คือโซนา-ซีเกอร์และโกเลม โซนา+ซีเกอร์ เราจะสามารถประมูลได้ในราคา 10,000 กิล ส่วนโกเลมราคา 20,000 กิล

บนท้องฟ้าก็มีอสูรอยู่ 1 ตัว คือ บาฮามุท เราต้องนั่งเรือเหาะบินไปเรื่อย ๆ สักพักจะมีปีศาจ ดิสไกท์ โผล่มา เมื่อเรากำจัดมันได้ เราจะได้มนต์อสูรบาฮามุทมา

มาที่หมู่บ้านเชน เดินไปทางขวาบนสุดของหมู่บ้าน จะมีคนที่ซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้เข้าไปคุยกับเขา เขาจะขายมนต์อสูรให้เราอย่างหนึ่งคือ มนต์อสูรเซร่าฟิมในราคา 3,000 กิล

ไปที่ปราสาทโดม่า เดินเข้าไปข้างใน หาห้องนอนแล้วให้เราเข้าไปนอนกลางดึกจะมีเด็ก 3 คนเข้ามาในความฝันของไคเอ็น ให้พวกเรา 3 คนกระโดดตามเข้าไป เมื่อเข้ามาในความฝันแล้วพวกเรา 3 คนจะแยกตัวกันอยู่ ต้องตามหากันให้ครบก่อนแล้วเข้าไปในประตู เปลี่ยนความฝันมาที่รถไฟปีศาจ เดินไปเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงทางออกก็จะมีหีบห่ออยู่ 6 ใบ อยู่ที่แถวบน 3 ใบ อยู่ที่แถวล่างอีก 3 ใบเปิดหีบในแถวบนอันที่ 3 แล้วเปิดแถวล่างอันที่ 1 กับ 2 แล้วเปลี่ยนไปยังความฝันต่อไป จะเป็นถ้ำที่แห่งนี้จะเป็นทางวนเดินไปเรื่อย ๆ แล้วเดินย้อนกลับ จะออกมาได้ แล้วเราจะตกลงไปที่ปราสาท ไปที่ห้องของพระราชา จะเจอปีศาจวิญญาณอเลคโซล ต้องใช้เวทย์มนต์เดชั่น จัดการกับมันเราจะได้ดาบญี่ปุ่นมาซามุเนะและท่าไม้ตายแห่งดาบอันสุดท้ายของไคเอ็น และมนต์เรียกอสูรอเลคธันเดอร์ด้วย

ปีศาจอเลคโซล ออกมาตอนแรกมันจะหายตัวไปให้ลูกน้องของมันสู้แทน ไม่ต้องไปฆ่าลูกน้องของมันเพราะเป็นอมตะ ถ้าพวกเราตายไป 1 คน ปีศาจอเลคโซลลจะออกมา แล้วฟันมันช่วงนี้แหละ

มาที่หอคอยเวทย์มนต์ (หอคอยที่เคยช่วยสตราโกสมา) ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดจะมีประมาณ 60 ชั้น ข้างบนจะมีแหวนแห่งวิญญาณ เมื่อใส่แล้วสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ 2 ที แล้วจะเจอกับปีศาจ มันมี HP 50,000 การที่เราจะชนะมันได้ต้องมี HP มากกว่า 6,000 ขึ้นไปหรือไม่ก็ต้องมีเวทย์มนต์รีไลส์ก็ได้ มันจะสามารถเปลี่ยนจุดอ่อนไปเรื่อย ๆ ถ้าเราใช้คาถาไม่ตรงกับจุดอ่อนของมันก็จะทำให้มันไม่เป็นอะไรเลย ให้ใช้เวทย์มนต์บาแซ็ก จะทำให้มันหยุดการเคลื่อนไหว แล้วก็ใช้เวทย์มนต์ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ดูว่ามันแพ้อะไร แล้วก็ใช้คาถานั้นไปเรื่อย ๆ จนมันใกล้ตาย ให้เราใช้คาถารีไลส์ ก่อนที่มันจะตายมันจะใช้เวทย์มนต์อัลเทม่า ทำร้ายพวกเราทุกคน ๆ ละ 5,000 กว่า ถ้าเราตายเวทย์มนต์รีไลส์ที่เราใช้เมื่อกี้ จะชุบชีวิตให้พวกเราเอง

หอคอยแห่งเวทย์มนต์ มีจำนวนชั้นทั้งหมด ประมาณ 60 ชั้น ในนี้จะมีมังกร 1 ใน 8 อยู่ด้วย

การที่เราจะเอาดาบสุดยอดหรือดาบไลท์บริงเกอร์นั้น เราจะต้องมีดาบแร็กน่าร็อกก่อน เมื่อได้ดาบแร็กน่าร็อกแล้วให้ไปที่สถานประลองยุทธ ใช้ดาบแร็กนาร็อกในการเดิมพัน เมื่อเราชนะจะได้ดาบไลท์บริงเกอร์มา

จบบทที่ 7

บทที่ 8: ตามล่ามังกรทั้ง 8 และกำจัดราชาปีศาจ

มังกรตัวที่ 1 ฟรีสดราก้อน มังกรน้ำแข็งอาศัยอยู่ที่ทุ่งน้ำแข็งในหมู่บ้านนันเจ ให้เราใช้เวทย์มนต์ไฟปราบมัน
มังกรตัวที่ 2 อาสดราก้อน มังกรแห่งเผ่าดิน อยู่ในโรงละครโอเปร่า ใช้สายฟ้าจัดการมัน
มังกรตัวที่ 3 สตรอมดราก้อน มังกรพายุ อยู่ในถ้ำที่หมู่บ้านโชโช ในทางที่จะไปหาไคเอ็น ใช้สายฟ้าปราบมัน
มังกรตัวที่ 4 โฮลี่ดราก้อน มังกรศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในหอคอยเวทย์มนต์ มันจะใช้คาถาโฮลี่ได้ ใช้คาถารีเฟลคกันไว้ก่อน
มังกรตัวที่ 5 เรดดราก้อน มังกรไฟ อยู่ในถ้ำที่เจอร็อก มันสามารถใช้คาถาเฟรย์และไฟร์ก้าได้ ให้ใช้มนต์น้ำแข็ง จัดการ
มังกรตัวที่ 6 บลูดราก้อน มังกรน้ำ อยู่ที่ปราสาทโบราณที่อยู่ใต้ดิน ที่เดียวกับที่เอามนต์เรียกโอดีน ใช้สายฟ้าจัดการ
มังกรตัวที่ 7 เยลโล่ดราก้อน มังกรสายฟ้า อยู่ในหอคอยหัวหน้าใหญ่ ต้องใช้น้ำจัดการ
มังกรตัวที่ 8 สกัลท์ดราก้อน มังกรซิมบี้ อยู่ในหอคอยหัวหน้าใหญ่ใช้คาถาโฮลี่จัดการมัน

เมื่อเราได้ฆ่ามังกรทั้ง 8 ไปจนครบทุกตัวแล้ว เราจะได้มนต์อสูรอันสุดท้าย คือมนต์เรียกอสูรจีฮาด

เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างจนครบหมดแล้ว ที่เหลือก็คือ ลุยหอคอยหัวหน้าใหญ่ ตั้งอยู่ทางใต้ของหมู่บ้านเชน

หอคอยปีศาจ
นำเรือเหาะไปที่ด้านบนของหอคอยเราต้องแบ่งกำลังออกเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 4 คน เมื่อลงไปแล้ว ทั้ง 3 กลุ่มจะแยกกันไป 3 ทาง เมื่อกลุ่มไหนไปจนสุดทางให้เปลี่ยนกลุ่มอื่นเดินไปบ้าง มาถึงสวิทซ์ตั้งอยู่ 2 ข้าง ตรงกลางมีประตูเข้าไปให้ 2 กลุ่ม เดินไปเหยียบสวิทซ์ที่มีอยู่ 2 ข้าง แล้วประตูตรงกลางจะเปิด ให้อีกกลุ่มที่เหลือเดินเข้าไป เมื่อกลุ่มที่เข้าไปแล้วให้ดันเหล็กที่อยู่ข้างบนมาทับสวิทซ์ที่อยู่ข้างล่างทั้ง 2 อัน(แต่ก่อนที่จะผลักลงมาต้องขยับกลุ่มที่เหยียบสวิทซ์อยู่ให้หลบไปก่อน ทำให้เข้ามาได้ทั้ง 3 กลุ่ม ต่อไปก็ต้องจำกัด 3 รูปปั้นเทพเจ้า ทีละตัว ซึ่งแต่ละตัวเมื่อกำจัดไปแล้วจะได้ของไม่เหมือนกัน รูปปั้นทั้ง 3 ตัวจะให้ของดังนี้
1. ดาบเอ็กซ์คาริเบอร์
2. หอกติดกรงเล็บ
3. ดาบญี่ปุ่นมุซึคามิ
เมื่อจัดการ 3 รูปปั้นเทพเจ้าเสร็จเรียบร้อยต่อไปจะเจอหัวหน้าใหญ่คือจอมมารเคฟก้า มันจะรวมร่างกับรูปปั้น 3 เทพเจ้าทำให้มันมี 4 ร่าง ฆ่ามันมีละตัว แล้วหอคอยปีศาจจะถล่มลงมา เราจะนั่งเรือเหาะหนีไป โลกจะพบกับความสงบสุขอีกครั้ง

THE END

หอคอยปีศาจนั่น ถ้าดูจากภายนอกก็เป็นภูเขาธรรมดา ๆ แต่ภายในก็คือฐานทัพปีศาจดี ๆ นี่เอง เราจะต้องแบ่งพวกเราออกเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 4 คน แยกไปคนละทาง กลุ่มแรกเมื่อเดินไปเรื่อย ๆ จะไปติดอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง ให้เปลี่ยนกลุ่มโดยกดปุ่ม Y ให้กลุ่มที่สองเดินเข้ามา เปิดสวิทซ์ในห้องนั้น ทำให้กลุ่มแรกเดินต่อไปไม่ได้ระหว่างทาง กลุ่มแรกและกลุ่มที่สาม จะเจอกับมังกรสายฟ้าและมังกรซอมบี้ซึ่งเป็นมังกร 2 ใน 8 ตัว เมื่อกำจัดแล้วจะได้เครื่องประดับมาสองชิ้น คือ ลูกแก้วคริสตัล, เข็มขัดมัซเซิ้ล เมื่อทั้งสามกลุ่มเดินมาจนถึงภายในของฐานทัพปีศาจ มีห้อง ๆ หนึ่งมีสามประตู เราต้องแยกพวกเราออกเป็นสามทาง

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s